น้องหมาที่บ้านของคุณเคยร้องไห้มั๊ยคะ?

เวลาอี๊ดและคนในบ้านออกไปเที่ยวข้างนอกกัน

โดยทิ้งให้น้องหมาเฝ้าบ้านกันตามลำพัง

พอพวกเรากลับมา ก็สังเกตุว่าทั้งแซมและชูก้ามีคราบน้ำตาติดอยู่

นี่หมาร้องไห้เป็นด้วยเหรอคะเนี่ย...

จริงๆแล้วถ้าพูดแบบคนรักหมาทั่วไป

ก็คงคิดว่าหมาก็มีหัวใจ พอโดนทิ้งให้อยู่บ้านก็เลยเสียใจร้องไห้

แต่จริงๆแล้วที่มาของคราบน้ำตาของน้องหมา

มีมาจากหลายสาเหตุดังนี้...

1.จากเชื้อยีสต์และน้ำตา ทำให้ขนใต้ตาเปียกชื้น

และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของเชื้อยีสต์

โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า Red Yeast ซึ่งยีสต์ชนิดนี้

จะทำปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดคราบสีแดงเข้มอมน้ำตาลเกาะที่ขนใต้ตา

ร่องน้ำตาอุดตัน (blocked tear ducts)

หากคุณมีสุนัขที่น้ำตาไหลมากเป็นพิเศษ

ลองพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจดูสักครั้งว่าร่องน้ำตาอุดตันหรือเปล่า

เพราะเป็นต้นเหตุที่พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์เล็กหลายๆพันธุ์

ซึ่งสัตวแพทย์จะสามารถช่วยแก้ไขได้

สุนัขบางตัวซึ่งอาจมีมากถึง 20%ของสุนัขพันธุ์เล็กทั้งหมดนั้น

เกิดมามีร่องน้ำตาที่ปิดสนิทซึ่งต้องใช้การผ่าตัดจึงจะหาย

ดังนั้นหากคุณสงสัยว่าสุนัขของคุณอาจมีปัญหาในเรื่องนี้

ควรพา ไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว

2.จากหูอักเสบ

การอักเสบของหูก็มีส่วนทำให้น้ำตาไหลมากผิดปกติเช่นกัน

เพราะ หู ตา จมูก ปากนั้้นมีความเกี่ยวเนื่องกัน

ดังนั้นควรดูแลหูให้สะอาดไม่อับชื้นด้วย ควรระวังน้ำเข้าหูเวลาอาบน้ำ

การเช็ดหูให้สะอาด และการถอนขนหูเพื่อป้องกันการอับชื้น

จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันการอักเสบของหูได้

และหากคุณ สงสัยว่า หูสุนัขอักเสบก็ควรรีบพาไปรักษาโดยเร็ว

3.จากกรรมพันธุ์

ผู้เพาะพันธุ์มอลทีสส่วนใหญ่พบว่า

กรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่มีน้ำตามากหรือน้อยเช่นกัน

เนื่องมาจากรูปร่างลักษณะของกระโหลกบริเวณรอบๆตา

ที่แตกต่างกันออกไปตามกรรมพันธุ์นั่นเอง

ดังนั้นการเพาะพันธุ์ที่ดีเพื่อให้สุนับมีลักษณะที่ดี

และมีน้ำตาน้อยก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

4.จากสิ่งแปลกปลอมและอาการแพ้

การมีสิ่งแปลกปลอมในตาก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้น้ำตาไหลมากได้

การดูแลไม่ให้ขนบริเวณหน้า ทิ่มตา

จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขพันธุ์ที่มีปัญหา

ทางที่ดีที่สุดคือการไว้ขนให้ยาวและมัดจุกให้เรียบร้อย

พยายามใช้วิธีตัดหนังยางทิ้ง

แทนที่จะดึงออกเวลาแกะเพราะอาจทำให้ขนขาด

ขนที่ขาดและสั้นบริเวณตามักจะทิ่มตาสุนัขทำให้น้ำตาไหลมาก

สำหรับสุนัขที่มีขนสั้นอยู่อาจใช้กิ๊บช่วยติดเพื่อป้องกันขนทิ่มตา

หากคุณจะใช้วิธีตัดขนบริเวณตาทิ้งคุณจะต้องคอยตัดบ่อยๆ

เพราะเมื่อไหร่ที่ขนยาวทิ่มตาสุนัขก็จะกลับมามีน้ำตามากอีกเหมือนเดิม

การอาบน้ำนั้นควรระวังไม่ให้แชมพูหรือน้ำเข้า ตา

ควรใช้แชมพูที่ไม่มีสารเคมีเพื่อป้องกันการผิดพลาด

และทำให้ดวงตาของสุนัขอักเสบเพราะแพ้แชมพู

สุนัขบางตัวนั้นแพ้อากาศ เกสรดอกไม้ หรือควันบุหรี่

ซึ่งทำให้มีน้ำตาไหลมากเป็นพิเศษ

ดังนั้น คุณควรคอยสังเกตุว่าสุนัขมักมีน้ำตาไหลมาก

เมื่ออยู่ใกล้ควันบุหรี่หรือเมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิ

ที่มีเกสรดอกไม้มากหรือไม่

และควรหลีกเลี่ยงสิ่งแปลกปลอมที่สันัขแพ้นอกจากนี้

อาการแพ้สิ่งอื่นๆเช่นแพ้อาหารก็สามารถทำให้ ค่า pH ของน้ำตาเปลี่ยนแปลง

และทำให้เกิดรอยด่างบนขนใต้ตาสุนัขได้

ลองใช้ Beaphar Ofta สูตรน้ำยาล้างตาที่ใช้ล้างสิ่งแปลกปลอมในตาได้

หรือ Gimborn Eye Clear น้ำยาเช็ดคราบน้ำตาที่ใช้ล้างตาได้ในขวดเดียวกัน

สำหรับการผูกจุกให้อยู่ตัว เก็บขนได้เรียบร้อย

อาจใช้เจลแต่งผมของคนลูบบางๆได้แต่ต้องระวังเข้าตา

5.จากน้ำดื่ม

น้ำที่มีแร่ธาตุ (Mineral) สูงนั้นเมื่อสุนัขดื่มเข้าไป

จะทำให้ขนบริเวณหน้าและขนที่ปากเหลืองได้ง่าย

ดังนั้นการให้สุนัขเลียน้ำจากขวดที่ไม่ทำให้ปากเปื้อนจะช่วยป้องกันได้

และเป็นวิธีที่ผู้เพาะพันธุ์นิยมใช้มากที่สุด

หรือคุณอาจเปลี่ยนมาให้น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีขายทั่วไป

แทนน้ำประปาก็จะช่วยป้องกันการเกิดคราบเหลืองตามปากและบริเวณหน้าได้เช่นกัน

6.จากการเปลี่ยนฟัน

ลูกสุนัขในช่วงอายุ 5-8 เดือนนั้น

จะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของกรามและกระโหลกค่อนข้างมาก

โดยเฉพาะในช่วงที่มีฟันน้ำนมเริ่มหลุดและฟันแท้เริ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลต่อรองน้ำตาของสุนัขอย่างมาก

ทำให้สุนัขที่อาจไม่เคยทีน้ำตาไหลมาก

เกิดมีปัญหาเรื่องนี้ในช่วงอายุดังกล่าว

ซึ่งการรับมือก็คือการหมั่นดูแลทำความสะอาด

และเช็คน้ำตาให้บ่อยที่สุดในช่วงนี้จนกว่าฟันแท้จะขึ้นเหมด

ซึ่งอาการจะดีขึ้นกลับไปเหมือนเดิมได้

ในระยะนี้การให้ของเล่นสำหรับแทะกับสุนัข

จะสามาระลดแรงกดดันในปากได้ส่วนหนึ่ง

7.จากขนมและอาหาร

ขนมและอาหารที่สุนัขกินเข้าไปนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก

ในการป้องกันคราบน้ำตา อาหารที่เป็นธรรมชาติล้วนไม่มีสารกันบูด

และไม่ใส่สีนั้นจะช่วยไม่ให้เกิดคราบน้ำตาและคราบสกปรกที่ปาก

ควรหลีกเลี่ยงอาหารและขนมทุกชนิดที่สีจัด

เพราะสีที่ผสมในอาหารนั้นจะหลั่งออกมากับน้ำตาและทำให้เกิดคราบ

ผู้เพาะพันธุ์บางคนสังเกตุว่าอาหารและขนมทุกชนิด

ที่มีส่วนผสมของbeet pulpในปริมาณมาก

มักทำให้ขนเหลืองและเป็นคราบบริเวณใบหน้า

ผู้ประกวดสุนัขส่วนใหญ่จะใช้วิธีพันขนบริเวณปากและหนวดไว้เสมอ

เพื่อไม่ให้เปื้อนอาหารหรือเปียกน้ำ

หากการพันขนไว้เป็นสิ่งที่ลำบากเกินไป

การทำความสะอาดเช็ดล้างขนบริเวณปากหลังอาหารอย่างสม่ำเสมอ

จะช่วยป้องกันคราบได้ สำหรับขนมที่่ไม่ผสมสี ลอง Barkery Biscuits

ขนม Homemade ที่ไม่มีสารกันบูด ไม่ผสมสี

และทำจากธรรมชาติล้วน ๆ มีหลายรสให้เลือก

8.จากเห็บหมัด

เห็บหมัดนั้นนอกจากมีโอกาสจะทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง

ซึ่งทำให้เกิดคราบบนขนแล้วยังเป็นตัวนำไรหูให้มาติดสุนัขอีกด้วย

ไรหูนั้นทำให้หูอักเสบและทำให้น้ำตาไหลมากเป็นพิเศษดังที่กล่าวมาแล้ว

การป้องกันเห็นหมัดนั้นมีหลายวิธีคือการใช้ยากำจัดเห็บหมัด

หรือใช้ปลอกคอกันเห็บหมัดที่ส่วนใหญ่อยู่ได้นานถึง 3 เดือน

เครดิตจากเว็บMatese Mania ThailandโดยคุณHakao

Comment

Comment:

Tweet

Angels Eyes อาหารเสริมสำหรับสุนัข และแมว เพื่อขจัดคราบน้ำตา ลดคราบน้ำตาลแดง บนใบหน้า ขจัดกลิ่นเหม็นบนใบหน้า

 

Angels' Eyes Natural Tear Stain Remover 

สินค้านำเข้าจาก USA ผลิตภัณฑ์คุณภาพ Best seller In USA

 

สกัดจากธรรมชาติล้วน 100% ไม่มีสารกันบูด ไม่มีสารเคมี

เห็นผลภายใน 2-4 สัปดาห์ Angels' Eyes Natural Tear Stain Remover

 

Grizzly Salmon Oil น้ำมันปลาแซลมอน บำรุงเส้นขนและผิวหนัง ขจัดปัญหา ขนหลุดร่วง สกัดจากแซลมอนป่าอลาสก้า 100% อุดมไปด้วยโอเมกา 3 ป้องกันขนหลุดร่วง เปราะบาง บำรุงข้อต่อ ระบบหลอดเลือดหัวใจ และช่วยเจริญอาหาร 

 

https://www.facebook.com/salmonoilstainremover/

 

>>>>สนใจสั่งซื้อ

>>>>Tel 081-6333095 (K.ปุ๋ม)

>>>>Line Id:jennykoo

#60 By Jenny (49.49.250.125) on 2016-06-25 14:12

#58 By (111.84.130.40|111.84.130.40) on 2014-02-07 13:58

#58 By (111.84.130.40|111.84.130.40) on 2014-02-07 13:58

เลี้ยงบูลด๊อกค่ะ คราบน้ำตางี้มีเป็นร่องเลย พอดีที่ขอบหนังตามีตุ่มยื่นออกมา ทำให้น้ำตาไหลบ่อย ตรงหนังพับเหนือจมูกก็มีคราบเยอะ เช็ดทุกวัน เอาทิชชูเปียกที่เช็ดก้นเด็กมาเช็ด
เช็ดทีก็ต้องสู้กันอย่างกะจะฆ่ากัน ตัวก็อ้วน หน้าก็มึน เดินเข้าบ้านมา ทำหน้าเฉยๆเดินมาหา มากสุดคือเอาหูลู่ไปด้านหลัง หน้าเฉยมากเลยรู้สึกช้ำใจเป็นพักๆ

#57 By Fatty Aunt on 2010-12-09 11:08

555 หมาบ้านเราไม่อยู่ก็มี อยู่ก็มี ไม่รุ้เปงไร
sad smile

#56 By Primclub on 2010-08-29 15:46

เจ้าคาลอสของหนูเองค่ะตอนนี้อายุ8เดือนค่ะว่างๆค่อยคุยกันใหม่นะแต่ที่แน่ๆน้องดาด้าน่ารักมากๆquestion

#55 By waree_chom (119.31.121.70) on 2010-08-17 00:54

ขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำดีๆเจ้าตัวเล็กชื่อคาลอสตอนนี้หลับปุ๋ยเลยembarrassed

#54 By (119.31.121.70) on 2010-08-17 00:50

คุณเมย์คะ
ในกรณีที่เป็นตุ่มหนองเยอะๆ ปรึกษาหมอดีกว่านะคะ

#53 By eeddy(อี๊ด) on 2010-07-05 21:00

กรณีที่น้องเป็นตุ่มหนองใต้ท้องละค่ะ ไม่ได้เป็นแค่ตุ่มเดียวค่ะ รักษายังไงถึงจะหายค่ะ เคยพาไปฉีดยาแล้วไม่หาย ช่วยตอบด้วยค่ะ

#52 By เมย์ (118.175.72.235) on 2010-07-05 13:33

#51 By นก (118.174.73.39) on 2010-03-14 10:50

มีความรู้แยอะจังขี้เกียจอ่านอ่ะsurprised smile

#50 By รัฐติยา (203.154.148.221) on 2009-09-30 16:18

หมาที่บ้านชื่อนำอุ่น

น่ารักมากเลย

แต่ดคตรซนเลยค่ะ

#49 By นานา (61.19.78.38) on 2009-04-02 09:00

ดีจังเลย

มีข้อมูลที่ดีขนาดเนี่ย

เอาไว้ต้องการอารายก็มาหาได้เลย

ดีมากมากมากเลย

#48 By ยนยี่ (61.19.78.38) on 2009-04-02 08:59

แนะนำอาหารยี่ห้อ ANFเลยค่ะ
ลดคราบน้ำตาและทำให้ขนสวยด้วย

ต้องลองเข้าไปที่บอร์ดไทยด็อกเซนเตอร์ดูค่ะ
เป็นครอบครัวหน้องหมาที่อบอุ่นเลยทีเดียว

#47 By shadowbiggy on 2009-03-24 15:33

ของผมก็มีคราบน้ำตานะครับ

แต่มันแข็งแรงวื่งๆทั้งวันจะป็นอะไรเปล่าครับ

อยากให้มันไม่มีคราบน้ำตา

#46 By ball (124.120.160.75) on 2009-02-22 19:56

confused smile angry smile surprised smile cryสงสารน้องหมามากเลยเวลาที่เราจะออกไปไหนแล้ววิ่งตามด้วย เราก็ไม่ไห้ไปดิเดี๋ยวจะโดนรถชนเอาให้

#45 By โนเน๊ะ (203.172.214.236) on 2009-01-26 12:14

ข้าวปั้นกินอาหารยี่ห้อ ฮิลส์ ไซแอนซ์ ไดเอท เกรดพรีเมี่ยม สูตรสุนัขโตพันธ์เล็ก ทุกวันนี้อายุ 4 ปีแล้ว ยังไม่มีคราบน้ำตาเลยค่ะ

#44 By ข้าวปั้น (117.47.214.9) on 2008-12-20 16:22

หวัดดีค่ะ

จะมาชวนไปช่วยน้องหมาป้าสำรวยค่ะ พอดีทำโปสการ์การกุศล รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้ป้าสำรวยค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มที่นี่นะ

http://www.oknation.net/blog/Mothemon/2008/08/18/entry-1

ขอบคุณค่ะ

#43 By moth (125.27.199.113) on 2008-09-30 12:59

น่ารักทุกตัวเลยbig smile open-mounthed smile confused smile question embarrassed surprised smile double wink cry

#42 By นาตาลี (125.27.30.116) on 2008-09-12 14:06

เห็บหมัดนี่น่ากลัวครับหาเท่าไหร่ก็ไม่หมด

#41 By ภูริ on 2008-09-05 11:20

หูอักเสบเป็นต้นเหตุทำให้หมาน้ำตาไหล แล้วรู้สึกว่าจะเป็นสาเหตุให้หมาปากเหม็นด้วยอะคะ เหมือนเคยได้ยินร้านอาบน้ำหมาบอกมา หรือไม่ก็หมอหมานี่แหละคะ cry

#40 By chockcolate_am on 2008-09-03 23:40

อาน่าสนใจเอาไปให้แฟนอ่านดีกว่า แฟนรักสุนัข
อ๋อขอบคุณที่แวะมาทักทายนะครับ ว่างๆก็แวะมาอ่านได้เรื่อยๆ อัพ อาทิตยละ สอง ครั้งครับ สู้ๆๆ

#39 By Coffee Talk on 2008-09-03 14:03

โอ้โห สาเหตุเยอะจังนะแม่หมอหมา
เพิ่งรู้ว่าหูอักเสบทำให้น้ำตาไหลด้วย
แต่น้ำตาคน ส่วนมากไหลมาจากความกระทบกระเทือนจิตใจเนอะ

#38 By จั่นเจา on 2008-09-02 22:24

ง่า... พี่อี๊ดโกรธน่ากลัว หนีดีกว่า

#37 By หนึ่ง on 2008-09-02 21:18

#ตอบน้องหนึ่ง
ถามแบบนี้ป่วนใช่ป่าว?เดี๋ยวเหอะtongue

#36 By eeddy(อี๊ด) on 2008-09-02 20:18

นึกว่าขี้ตาหลังนอนหลับครับ

#35 By on 2008-09-02 20:02

ถ้าน้องหมาดูหนังเศร้า มันจะร้องไห้มั้ยครับ

#34 By หนึ่ง on 2008-09-02 18:52

แต่ถ้าเห็นแบบนั้น แล้วก็ดูน่าสงสารนะคะ

angry smile

#33 By PunPrai on 2008-09-02 17:53

โอ๊ะโอ...เพิ่งรู้อ่ะจ๊ะ





Hot!

#32 By tara on 2008-09-02 17:45

พี่เคยเห็นหมาตัวผู้ กินฉี่ของหมาตัวเมียไหมคะ

พอดีว่า ระหว่างที่หนูนั่งรถ หนูเห็นหมาตัวเมียตัวนึงมันฉี่ๆอยู่ พอมันเดินไปแล้วหมาตัวผู้ที่อยู่ข้างๆก็มาดมๆแล้วก็กินฉี่นั้นเข้าไปอ่ะ

สงสัยว่ามันกินทำไม เพื่ออะไร

ปล.หมาที่เห็น คาดว่าน่าจะเป็นหมาจรจัด แต่อยู่แถวๆร้านหมูกระทะ

#31 By NiDA MAilO on 2008-09-02 14:32

น้ำตาน้องมะหมา มีมาจากหลายสาเหตุจริง ๆ ด้วยค่ะ
เพิ่งทราบค่ะ มีประโยชน์จัง big smile
ตอนแรกนึกว่าเค้าดีใจจนน้ำตาไหล ที่เราไม่อยู่บ้านนะนั่น double wink
รูปที่สองหน่ะน่ากัวมาก ๆ ไม่เคยเห็นหมาน้ำตาไหลเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย
น่าฉงฉาน....อุอุquestion

#29 By นาย ช บ า on 2008-09-02 12:02

น้องหมาอาจร้องไห้ในใจก็ได้นะ

#28 By Meowzilla Zilla on 2008-09-02 11:13

Hot!
ผมเคยเห็นหมายิ้มครับ

ไม่น่าเชื่อเลยครับ แค่น้ำดื่มก็ทำให้ตาเยิ้มได้ การเลี้ยงหมานี่เป็นเรื่องยากจริงๆนะครับ ใส่ใจดูแลไม่พอต้องศึกษาข้อมูลเยอะๆด้วยครับ

#27 By มนุษย์กล่อง on 2008-09-02 11:05

#Myukuchin
ขอบคุณมากนะคะที่มาแบ่งปันเรื่องราวสอนใจในวันวานให้อ่านกัน
เรื่องของน้องปูลู่ อ่านแล้วจะร้องไห้ค่ะ น่าสงสารมากๆ
อย่างน้อยการจากไปของเค้าก็ได้ทิ้งความทรงจำมากมายไว้ให้
ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้วนะคะ

#26 By eeddy(อี๊ด) on 2008-09-02 10:45

อุ้ย.... แหมน้ำตาไหลกันเชียว ฮา~~

#25 By hikaru on 2008-09-02 09:35

โห..น้ำตาไหล แต่แอบแบ๊วได้อีก
สงสารน้องหมาจัง มีเรื่องให้เสียน้ำตาเยอะจริง

#24 By ลำดวน on 2008-09-02 09:27

ยังไม่เคยเห็นน้ำตาของหมาเลยครับ เดี๋ยวต่อไปจะลองๆ ไปสังเกตดู

#23 By CHAN on 2008-09-02 08:12

เคยเห็นแต่ขี้ตาหมาsad smile
เรื่องของเจ้าปู เศร้ามากเลยค่ะ ฮือๆๆๆ น้ำตาคลอเลย

#21 By สส.eVeZaa on 2008-09-02 02:07

นั่นสิคะ ถ้าพูดแบบคนรักน้องหมาอย่างเราๆ เวลาเห็นที่ตามันมีน้ำใสๆคลออยู่ ก็ชอบคิดว่ามันร้องไห้ ก็..อาจจะร้องจริงๆ หรือไม่ได้ร้องก็ได้เนอะ big smile

#20 By สส.eVeZaa on 2008-09-02 02:01

มีคะ แต่น้องหมาตัวที่จะเล่าให้ฟังนี้ ได้จากไปแล้ว
เมื่อก่อนเราเปนคนอารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิดง่าย โมโหก็ง่าย
กลับบ้านมาทีไร หมาๆทั้งหลายก็จะเห่าดีใจที่เรากลับมา
แต่เสียงเห่านี่แหละ ที่มันชวนให้เรายิ่งโมโห
เพราะการที่ต้องตื่นเช้าทุกวัน (ตี 4 ) แล้วก็กลับบ้านดึกๆทุกวัน
เพราะเมื่อก่อน พ่อกับแม่เปิดร้านอาหาร เราก็ต้องรอกลับพร้อมกัน ทั้งที่เราเลิกเรียนก็ สามสี่โมงเย็น อยากจะกลับบ้านก่อนก็ไม่ได้ เพราะที่ร้าน กับที่บ้านช่างห่างไกลกันมาก แล้วตอนนั้นก็เด็กด้วย (จนทุกวันนี้ ยังไปส่งไปรับอยู่เลยคะ )


น้องหมาตัวนี้ชื่อ "ปูดำ" พันธุ์ไทยหลังอาน สีดำ เพศเมีย ที่บ้านชอบเรียกว่า
"ปูลู่"คะ ปูดำ + ชอบทำหูลู่ เวลาเดินมาหาพวกเรา confused smile

เมื่่อก่อนเราเป็นคนเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เวลาโมโหก็มักลงกับหมา ดุมันบ้าง ตีมันบ้าง ทั้งๆที่มันไม่ผิดอะไรเลยซักนิด บางทีแค่น้องหมาลื้อต้นไม้จากกระถาง
เราก็โมโห อาระวาด เอาไม่้ไล่ตี ตีหนักมากด้วยคะ ( ยอมรับว่าทำไม่ดีกับน้องหมาไว้เยอะ )

มีอยู่วันนึง หยุดอยู่กับบ้าน วันนั้นอากาศร้อนมาก เลยเอาโยเกิร์ตมานั่งกินที่โรงรถ เจ้าปูก็อยู่ด้วย มันนั่งมองเราด้วยสายตาแบบ "ดีใจจังที่วันนี้เจ้านายมานั่งเล่นกับมัน" ปกติถ้าอยู่บ้าน ก็มักจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องนะคะ
แล้วเราก็กินโยเกิร์ตไปเรื่อยๆ แต่เรากลับไม่รู้เลยว่าสายตาของเจ้าปู เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า "หนูคงจะอยู่กับเจ้านายได้อีกไม่นานแล้ว" "ขอใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ให้เจ้านายได้รับรู้ถึงความรักที่มีให้ด้วยเถิด"
แต่แน่นอนว่า เราไม่ทันสังเกตหรอกว่ามันมองเราทำไม คิดแต่ว่า เจ้าปูคงอยากจะกินโยเกิร์ตบ้าง เราเลยยิ่นโยเกิร์ตในถ้วยที่เหลืออยู่ให้เจ้าปู

เชื่อมั้ยคะ พอมันได้เลียโยเกิร์ตจากถ้วยที่เรายื่นให้ น้ำตาของเจ้าปูก็ไหลออกมา ไม่ใช่แบบซึมที่ตานะคะ มันหยดเป็นเม็ดใหญ่ ลงกับพื้น ตลอดการกินโยเกิร์ตถ้วยนั้น พอเราเห็นก็ตกใจมาก เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นหมาร้องไห้

แม่เราบอกว่า "เห็นมั้ยละ ไม่ว่าเราจะทำรุนแรงกับหมาขนาดไหน มันก็ยังรักเรา" ขนาดเราตีมันแรงมาก ดุว่ามันบ่อย แต่เจ้าปูก็ไม่เคยเลยที่คิดจะแว้งกัดเราด้วยความโมโห


หลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์ เจ้าปูเริ่มไม่กินข้าวคะ บวกกับอากาศที่ร้อนมาก มันเลยป่วยเข้าขั้นรุนแรง แต่ด้วยทางบ้านไม่สะดวกที่จะพาไปหาหมอ เพราะต้องออกบ้านเช้าทุกวัน กลับดึกทุกคืน เลยได้แต่ดูแลมันอยู่ที่บ้าน ไม่ได้พาไปหาหมอ (เจ้าปูก็ตัวใหญ่อ้วน หนักมากเลยคะ)


แต่จนแล้วจนเล่า ก็ยังไม่หาย มันน่าแปลกมากเพราะปกติ เจ้าปู เป็นหมาที่แข็งแรง หายจากอาการป่วยเร็ว แต่คราวนี้ยิ่งหนักขึ้น แม่ป้อนโจ๊กให้ก็อ๊วกออกหมดเลย เราก็ดูอาการเจ้าปูแล้ว คิดว่าไม่ไหวแน่ๆ พาไปหาหมอเถอะ

เมื่อคุณหมอทำการตรวจสุขภาพของเจ้าปูแล้ว บอกว่าอาการหนักนะครบ ต้องนอนดูอาการที่ รพ.คืนนึง แล้วจะโทรแจ้งอาการ ตอนนั้นทุกคนในบ้านเริ่มกังวล
เพราะเจ้าปูอยู่ด้วยกันมา เกือบสิบปี ไม่เคยแสดงอาการว่ามันป่วยเลยสักครั้ง มีแต่เป็นหวัดน้ำมูกไหลช่วงหน้าหนาวแค่นั้น

และเมื่อทาง รพ.โทรมาบอกอาการ แม่ที่รับสายอยู่ ถึงกับร้องไห้ออกมา แล้วถามว่า เจ้าปูมีโอกาสรอดมั้ย ตอนนั้นเราก็ยืนฟังอยู่ข้างๆ แล้วคิดว่าอาการมันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ เกิดอะไรขึ้น

เมื่อแม่วางหูโทรศัพท์ลง แม่กอดเราแล้วบอกว่า เจ้าปูเป็นมะเร็งที่ตับ เป็นมานานแล้ว หมอบอกว่ามันอดทนไม่ยอมแสดงอาการอะไรออกมาให้เห็นเลย
แต่คราวนี้ถึงขีดสุดของมันแล้ว มันทนต่อไปไม่ได้แล้ว เลยอาการทรุดลงทันที

ตอนนั้นเราก็ช๊อกเหมือนกัน เพราะใจจริงเราก็รักมันนะ แต่เราก็ทำมันรุนแรงมาก
เลยยิ่งเสียใจกับทุกอย่างที่ทำลงไป แต่ตอนนี้มันสายไป เวลาที่ผ่านมา เจ้าปูมีความทรงจำดีๆกับเรายังไงบ้างนะ เรานึกไม่ค่อยออก นึกออกแต่เพียงว่า เจ้าปูต้องโดนเราตี โดนเราดุว่าใส่มัน บ่อยมาก แต่ทุกครั้งที่กลับมาบ้าน
เจ้าปูจะคอยกระดิกหางให้ ส่งเสียงเห่าด้วยความดีใจ เมื่อเรากลับมา

แต่สิ่งที่เราทำกับเจ้าปู ช่างไม่ต่างอะไรเลยกับวัตถุระบายอารมณ์
ตอนนั้นเราเสียใจกับการกระทำของตัวเองทั้งหมด แล้วก็ได้แต่สำนึกผิดอยู่ในใจ

วันต่อมา เราไปรับเจ้าปูที่ รพ.กับคุณพ่อ เราอาสาอุ้มเจ้าปูที่นอนแบบเหนื่อยๆ แต่แววตาของมัน ช่างไม่ต่างอะไรเลย กับตอนที่ยังแข็งแรงอยู่
เจ้าปูมันคงจะบอกว่า "เจ้านาย มารับฉันกลับบ้านแล้ว" "ฉันจะได้กลับบ้านแล้ว" และนั่นเป็นอีกครั้งที่ได้เห็นหยดน้ำตาเม็ดใหญ่ ออกมาจากตาของเจ้าปู


ช่วงที่เจ้าปูได้พักฟื้นที่บ้านนั้น เป็นช่วงที่เราหยุดเพื่อเตรียมสอบ มีบางวันที่ต้องออกไปสอบที่ รร. ส่วนพ่อกับแม่ ก็ออกแต่เช้า กลับดึกๆเช่นเคย
ตอนนั้นเราดูแลมันตลอด แทบจะไม่ได้อ่านหนังสือเลย เพราะอากาศก็ร้อน
เจ้าปูก็ลุกไม่ไหว ต้องดูแลตลอด 24 ชม.เลยก็ว่าได้ ทุกคนในบ้านช่วยกัน
พลัดกันทำหน้าที่ แล้วอาการเจ้าปูก็ทรุดลงเรื่อยๆ

จนวันสุดท้ายของเจ้าปู วันนั้นเป็นวันที่เราได้หยุด เพื่อเตรียมสอบวันสุดท้าย
เราอ่านหนังสือดึกมาก เพราะกะว่าวันต่อมาจะได้ดูแลเจ้าปูทั้งวัน
เราตื่นสาย ประมาณ 10โมง พ่อแม่ก็ออกไปทำงนตามปกติ
เราตกใจมาก เพราะช่วงนี้ที่บ้านเราจะร้อนมาก เราเลยรีบวิ่งลงไปดู

เราส่งเสียงเรียกตั้งแต่ข้างบน อยากให้เจ้าปูรู้ว่า วันนี้เราอยู่บ้านนะ
ชั้นจะดูแลให้ทั้งวัน ...แต่แล้ว ชั้นก็เสียใจกับการกระทำของตัวเองซ้ำอีกครั้ง
วันนั้นชั้นโทษตัวเอง "ถ้าชั้นตื่นเช้ากว่านี้ ชั้นก็จะยังได้เห็นดวงตาคู่นั้นที่ยังแสดงถึงการมีชีวิต" "ถึงแม้เจ้าปูจะอาการย่ำแย่ แต่อย่างน้อยถ้าชั้นได้อยู่ข้างๆ ตอนเจ้าปูจากไป มันต้องดีใจกว่านี้"

แต่มันสายไปแล้ว เจ้าปูได้จากไปแล้ว จากไปอย่างเดียวดาย ไม่มีใครอยู่เคียงข้างตอนที่เจ้าปูหลับไปตลอดกาล ชั้นเสียใจ เสียใจมาก วันนั้นชั้นได้แต่นั่งร้องไห้ กอดเจ้าปูที่ร่างนั้นแข็ง แล้วก็เริ่มเย็นลงทีละนิดๆ

วันนั้น ชั้นได้แต่พูดว่า "ชั้นขอโทษ" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เวลาที่ผ่านมานั้น ชั้นเป็นเจ้านายที่แย่มาก ไม่เหมาะสมกับความรักที่แกมีให้เลยนะ เจ้าปู ชั้นขอโทษ...แล้วก็ร้องไห้อยู่อย่างนั้น นานมาก นานจนเจ้าปูเริ่มมีกลิ่น เพราะอากาศที่ร้อนด้วย

ตอนนั้นทำใจอยู่ นานมาก กว่าจะโทรหาแม่ โชคดีที่พ่อรับสาย แต่แม่รู้ว่าเราโทรมา และคิดว่าไม่น่าจะเป็นข่าวดี แม่รีบพูดว่า ปูเป็นไง ปูยังไม่ไปไหนใช่มั้ย
มั้นยังรอแม่กลับไปหาอยู่ใช่มั้ย

เราร้องไห้หนักขึ้น ตามเสียงร้องของแม่ เสียงพูดที่าั่นขึ้นด้วยความเศร้า
เราบอกแม่ว่า "ปูไม่อยู่แล้วคะ ปูหลับไปแล้วคะแม่" วันนั้น แม่เราเป็นลม หมดแรง ทั้งพ่อและแม่ รีบปิดร้านก่อนเวลา เพื่อรีบกลับบ้าน

เราบอกแม่ไปว่า เราตื่นลงมาดูอาการไม่ทัน เจ้าปูจากไปแล้ว วันนั้นเรากับแม่สองคน กอดกันร้องไห้นานมาก พ่อเองก็เสียใจ แต่พ่อก็ไม่ได้ร้องไห้

พ่อให้ยามหมู่บ้านมาขุดดินฟังเจ้าปูไว้ที่สวนในบ้านคะ
พ่อบอกว่า อย่างน้อยปูก็ยังอยู่กับเรา ในบ้านหลังนี้

เล่ามาจนถึงตอนนี้ ยอมรับว่าร้องไห้ไป พิมพิ์ข้อความไป
อาจจะดูโอเวอร์ไป แต่ทั้งหมดมันคือความจริง

ทุกวันนี้ เราเอารูปเจ้าปูที่เคยถ่ายไว้ มาแปะที่ตู้ ทางลงบันได
เวลาลงมาข้างล่าง เราก็จะเห็นรูปเจ้าปู ทำตาวาวใส่
เห็นรูปนี้ทีไรก็อดคิดถึงไม่ได้

น้องหมา ไม่ว่าคุณจะทำร้ายพวกเค้าเพียงใด แต่พวกเค้าก็ยังรักคุณอยู่เสมอนะคะ
ฉันอยากให้ทุกคน ใช้เวลาที่อยู่ด้วยกัน ให้คุ้มค่ามากที่สุดคะ

ตอนนี้ชั้นก็เลี้ยงหมาที่หน้าบ้านสองตัว แมวในบ้านอีกหนึ่งตัว
จากตอนนั้น ถึงตอนนี้ ชั้นได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเจ้าปู
มันทำให้ชั้นใจเย็นลงมาก ทุกวันนี้ ชั้นใช้เหตุผลในการสอนน้องหมาของชั้น
ชั้นไม่ดุว่า ไม่ตีอย่างรุนแรงกับพวกมัน

แล้วชั้นก็เล่นกับพวกมันด้วยความรักจริงๆ เพื่อทดแทนในสิ่งที่ชั้นเคยพลาดไป

ขอโทษที่พิมพิ์ยาวมากนะคะ แต่ว่าตอนเห็นหัวข้อนี้ก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีเลยคะ ขอบคุณมากนะคะ สำหรับข้อมูลสัตว์เลี้ยงดีๆที่ผ่านมา จะติดตามตลอดไปคะ

#19 By myuk on 2008-09-02 01:29

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆๆนะครับ
ตอนผมเลี้ยงหมาอยู่ก็เจอปัญหาแบบนี้ละครับ
แก้กันไม่ตกทีเดียว
sad smile

#18 By BBOnLY on 2008-09-02 00:53

ได้ความรู้อีกแล้ว ดีจัง ๆ big smile
ที่บ้านเจ้าเด็กทั้งสองไม่ค่อยมีคราบน้ำตา
โชคดีไป.. ไม่ต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ อิอิ

#17 By แม่หมู (222.123.52.175) on 2008-09-02 00:42

น้องหลิมมีแต่ขี้ตาก้อนโตๆsad smile

#16 By on 2008-09-02 00:25

ชิวาวาที่บ้านจะน้ำตาเยอะเป็นพิเศษเวลาโดนลม หรือว่าตากแดดร้อนๆ
ที่บ้านมีมอลทีสตัวนึงด้วยค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้หน้าขาวจั๊วะ แต่ก็ดีที่ไม่ได้มีคราบน้ำตามากมายเท่าไหร่

#15 By petiteparty on 2008-09-02 00:03

ปกติเห็นมีแต่ขี้ตาติดเต็มเลยbig smile
มีประโยชน์มากเลย Hot!
หมาบ้านเรามีตัวนึง ขี้ตาไหลตลอดเลย
คาดว่ามันคงสุขภาพไม่ีดี sad smile

#13 By timo on 2008-09-01 22:05

ขอบคุณนะครับ หายสงสัยแล้วconfused smile surprised smile

#12 By redtear on 2008-09-01 21:47

#ตอบคุณใบไม้นักเขียน
หมาจะมองเห็นภาพเป็นสีขาว-ดำ
และจะเห็นภาพได้ดีกว่าเดิมเมื่อสิ่งนั้นกำลังเคลื่อนไหวค่ะ

#11 By eeddy(อี๊ด) on 2008-09-01 21:33